ครีมกันแดดนาโนดร. พิไลวรรณ เจริญชัย หลายๆ คน คงจะทราบถึงอันตรายจากแสงแดดเป็นอย่างดี ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน มีแสงแดดจ้าอยู่ตลอดทั้งปี นอกเหนือจากเรื่องความปลอดภัยที่เราต้องคำนึงถึงเมื่อต้องออกไปเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานานๆ แล้ว ผลเสียอื่นๆ ที่ตามมาในระยะยาว ก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน แม้จะเป็นการเผชิญกับแสงแดดหรือไอแดดในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ในชีวิตประจำวันก็ตาม ตัวการที่ทำให้เกิดปัญหาคือ รังสีอุลตราไวโอเลต หรือ ยูวี (Ultraviolet, UV) นั่นเอง ซึ่งรังสียูวีจากแสงแดดที่ส่องกระทบผืนโลก ประกอบได้ด้วยยูวีบี (UVB) และยูวีเอ (UVA) ยูวีบี ทำให้เรามีอาการแสบร้อน (sun burn) เป็นสาเหตุหลักของการที่ทำให้ผิวถูกทำลายอย่างถาวร และก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ส่วนยูวีเอก็มีส่งผลเช่นเดียวกัน โดยรังสีสามารถเข้าไปทำลายชั้นผิวหนังได้ลึกกว่ายูวีบี และทำให้ผิวหนังเกิดริ้วรอยก่อนวัย (photoaging) สีผิวคล้ำขึ้น (tanning) ทางอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ได้ผลิตคิดค้นผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดด (sunscreen) ชนิดต่างๆ ขึ้นมากมาย แบ่งหลักๆ ได้ 2 ชนิด คือ กลุ่มดูดกลืนรังสี (chemical UV filter) และกลุ่มสะท้อนรังสี (physical UV filters) กลุ่มดูดกลืนรังสี ออกฤทธิ์โดยการดูดกลืนรังสีที่ความยาวคลื่นในช่วงใดช่วงหนึ่งของแสงอาทิตย์ ความสามารถในการกรองรังสียูวีบีหรือ ยูวีเอ แตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิด อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าสารเคมีในกลุ่มดูดกลืนรังสีมักจะก่อให้เกิดอาการแพ้ต่อผู้ใช้ และยังมีข้อถกเถียงกันด้วยว่าบางตัวมีฤทธิ์ในการกระตุ้นฮอร์โมน จากเหตุผลสองข้อนี้ทำให้เกิดการส่งเสริมการใช้สารในกลุ่มสะท้อนรังสีมากกว่า เนื่องจากว่ารังสีจะไม่ถูกดูดซึม แต่จะมีการสะท้อนกลับ องค์ประกอบพื้นฐานสำคัญของสารกันแดดในกลุ่มสะท้อนรังสีนี้คือ ไททาเนียมไดออกไซด์ (titanium dioxide) และซิงค์ ออกไซด์ (Zinc oxide) ซึ่งเป็นแร่ที่มีคุณสมบัติเฉื่อยและไม่ละลายน้ำ ในช่วงแรกๆ มีการผสมแร่เหล่านี้ในผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดในระดับอนุภาคขนาดไมโครเมตร ซึ่งจะสะท้อนแสงออกมาทำให้เห็นเป็นสีขาวเวลาทาบนผิวหนัง แต่ถ้าบดอนุภาคเหล่านี้ให้เล็กมากๆ ขนาดนาโนเมตร แร่จะโปร่งใส แต่ก็ยังมีความสามารถในการสะท้อนรังสียูวี อย่างไรก็ดีการใช้แร่เหล่านี้ที่เล็กในระดับนาโนเมตร ก็ทำให้มีประเด็นใหม่เกิดขึ้นในด้านความปลอดภัย มีคำถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่อนุภาคเหล่านี้ อาจเป็นพิษต่อผิวหนัง และอาจซึมผ่านผิวหนังชั้นต่างๆ ไปสู่เนื้อเยื่ออวัยวะของร่างกายหรือแม้แต่ระบบไหลเวียนโลหิต แม้จะมีรายงานว่าผิวหนังปกติมีกลไกปกป้องอนุภาคเหล่านี้ได้ แต่ก็ยังมีข้อกังขา โดยเฉพาะเมื่อผิวหนังมีบาดแผล หรือได้รับความกระทบกระเทือน นอกจากนี้ในด้านสิ่งแวดล้อม ก็มีข้อสงสัยว่า อนุภาคเหล่านี้จะเกิดการสะสมในน้ำหรือไม่ และจะถูกกำจัดทิ้งไปได้ด้วยระบบบำบัดน้ำหรือไม่ มีการศึกษาพบว่าอนุภาคเหล่านี้ อาจถูกกำจัดออกไปจากน้ำไม่ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเกาะกัน และคุณลักษณะทางพื้นผิวของอนุภาค
|
|




